พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รณรงค์เทศกาล อาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา “สงฆ์ไทยไกลโรค เข้าพรรษานี้ อย่าลืมตักบาตร ถาม (สุขภาพ) พระ”
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช.และคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุมนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนำคณะเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาปี 2560 ภายใต้แนวคิด “ทำดีปฏิบัติชอบ” มาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ได้แก่ หลักเบญจศีล การรักษาศีล 5 โดยในงานมีกิจกรรมการปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ ฆราวาส พิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ พิธีธรรมยาตราอัญเชิญเครื่องสักการบูชา หล่อเทียน พิธีแห่เทียนพรรษา และจุดเทียนพรรษาที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-9 กรกฎาคม บริเวณพุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.onab.go.th
พร้อมกันนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ “สงฆ์ไทยไกลโรค เข้าพรรษานี้ อย่าลืมตักบาตร ถาม (สุขภาพ) พระ” โดยจัดตัวอย่างอาหารใส่บาตรยอดนิยมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และอาหารใส่บาตรแนะนำที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันพบว่าอาหารใส่บาตรส่วนใหญ่มีไขมันสูง แต่โปรตีนและผักน้อยส่งผลให้เกิดโรคในพระภิกษุสงฆ์ โดยเฉพาะไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ จึงแนะนำให้ใส่อาหารเพื่อสุขภาพสำหรับพักสงฆ์ เช่น เมนูปลา ผัก และน้ำปานะหวานน้อย
โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า บางทีการเข้าวัดไม่ใช่แค่เรื่องธรรมะอย่างเดียว แต่อาจใช้วัดเป็นเวทีพูดคุยหารือกันว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เช่น มาพูดถึงปัญหาสังคมและปัญหาในชุมชน แล้วจะช่วยกันได้อย่างไร นอกจากนี้คำว่าหิริโอตัปปะนั้น หมายถึงความละอายและเกรงกลัวต่อบาป แต่พวกที่ทำ กลับไม่กลัวเลย
จากนั้น นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานสตาร์ทอัพ 2017 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 กรกฎาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยนายกฯ ฝากกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ว่าจะทำสิ่งใดต้องมีเหตุผลและพอประมาณ ที่สำคัญต้องมีการขยายต่อไปยังชุมชน หรือตั้งเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมต่อไป ขณะเดียวกันต้องช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชนว่า รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนเรื่องต่างๆ